วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

Nick Vujicic (นิค วูจิซิค)

ถ้าคุณ ท้อแท้ ผิดหวัง ล้มเหลว หรือผิดพลาด และรู้สึกตัวเองไม่มีค่า ผมขอแนะนำให้รู้จักกับ นิค วูจิซิค ชายพิการผู้ที่ไม่มีแขน ไม่มีขา (ถ้าเป็นตัวเราเอง เราอาจคิดว่า เกิดมาทำไม เกิดมาก็ไม่สมบูรณ์ แล้วเราจะทำอะไรได้ ถ้าคิดอย่างนี้ก็ ขอให้ดูคลิปวิดีโอข้างล่างนี้ แล้วคุณอาจเปลี่ยนใจ) ต้องยอมรับว่าชีวิตคนเราไม่เท่าเทียมกัน แม้แต่ร่างกายที่ได้มาก็ไม่เท่ากัน แต่จะมีสักกี่คนที่เลวร้ายเท่ากับ นิค วูจิซิค ผู้ซึ่งไม่มีแขน ไ่ม่มีขา มีแต่นิ้วเล็กๆ 2 นิ้วที่ติดอยู่ตรงน่อง
แต่สำหรับเขาแล้วนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เขามีชิวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข ใครเลยจะรู้ว่า นิค วูจิซิค จะต้องสู้ชีวิตขนาดไหน ต้องมีกำลังใจอันมากมายขนาดไหน ในการใช้ชีวิตให้ทุกคนยอมรับ เท่านั้นยังไม่พอ ทุกวันนี้เขายังได้รับการยกย่องให้เป็นนักพูดสร้างกำลังใจ ให้กับผู้คนมากมาย ใน 5 ทวีปทั่วโลก (คิดว่าอย่างไรครับ สำหรับชายพิการคนหนึ่ง ที่สามารถใช้ชีวิตให้มีความสุข และประสบค์ความสำเร็จอย่างงดงามในชีวิตได้)
ขอให้เรื่องราวของ นิค วูจิซิค เป็นกำลังให้กับผู้คนที่ท้อแท้ ให้มีกำลังใจสู้ต่อไป....


ประวัติย่อๆ

  • เกิดปี 1982
  • เรียนจบปริญญาตรี ด้านการค้า เอกการวางแผนด้านการเงินและบัญชี
  • 10 กุมภาพันธ์ 2012 แต่งงานกับ Kanae Miyahara 
คำถามของ นิค
       "ถ้าผมล้ม…แล้วยอมแพ้ คุณคิดว่าผมจะลุกขึ้นอีกได้ไหม" เป็นคำถามที่ "นิค" ถามกับทุกคน ซึ่งแน่นอนว่า คำตอบคือ "ไม่" แต่วันนี้ "นิค" สามารถพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ความพยายามและไม่ยอมแพ้ของเขา ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ทั้งนี้นิคได้บอกทุกคนว่า หากเราเจออุปสรรคร้ายแรง แล้วเราสามารถลุกขึ้นมาได้ เราจะผ่านมันไปได้อย่างเข้มแข็ง ขอเพียงแค่ให้กำลังใจกับตัวเองเท่านั้น อย่างเช่นที่เขาพยายามทำอยู่ในทุกๆ วัน


วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

เปลี่ยน ถูกเปลี่ยน หรือ อยากเปลี่ยน



ผมเคยผ่านการเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ก็เพราะถูกบังคับให้เปลี่ยน ผมถึงชื่นชมคนที่เปลี่ยนตัวเองได้โดยที่ไม่ได้ถูกบังคับ อยากรู้ว่าอยู่ดีๆ คนที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองแบบหน้ามือเป็นหลังมือ มีวิธีคิดอย่างไรถึงเปลี่ยนตัวเองได้โดยไม่ต้องถูกบังคับ…
ผมเคยผ่านการเปลี่ยนแปลงตัวเองเช่นการลดน้ำหนัก หรือหันมาออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น  แต่ก็เพราะผมถูกบังคับให้เปลี่ยนจากการป่วยและก็กลัวตาย ทำให้ผมต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองขนานใหญ่ ถ้าผมไม่ได้เข้าโรงพยาบาลแล้ว ถูกบังคับให้เปลี่ยน ผมก็คงจะเปลี่ยนตัวเองได้ยาก
ผมถึงชื่นชมกับเรื่องราวของคนที่เปลี่ยนตัวเองได้โดยที่ไม่ได้ถูกบังคับให้เปลี่ยนเพราะผมรู้ว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก ผมชอบถามคนที่อยู่ดีๆ ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองแบบหน้ามือเป็นหลังมือว่ามีวิธีคิดอย่างไร ทำไมถึงทำได้  เรื่องราวที่ผมถามบ่อยๆ ก็จะเป็นเรื่องที่คนคนนึงอยู่ดีๆ หันมาดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายจนแข็งแรงมากๆ  กับเรื่องราวของคนที่สูบบุหรี่จัดๆ แล้วอยู่ดีๆ เลิกได้ ถ้าเจอคนที่ทำได้ ผมก็จะถามเขาว่าทำไม  อยากรู้ว่าเขาคิดอะไรเขาถึงเปลี่ยนตัวเองได้โดยไม่ต้องถูกบังคับ
ผมได้เคยเล่นกอล์ฟกับคุณไตรภพ ลิมปพัทธ์ พิธีกรชื่อดังอยู่ครั้งหนึ่ง แล้วประทับใจในความแข็งแรงของคุณไตรภพมาก  คุณไตรภพเล่นกอล์ฟเก่ง ไดร์ฟไกล ยิ่งตอนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก็เห็นคุณไตรภพรูปร่างแข็งแรงมาก เหมือนหนุ่มๆ และยิ่งรู้ว่าคุณไตรภพอายุเกือบหกสิบแล้ว ก็ยิ่งทำให้ผมอยากรู้ว่าทำไมคุณไตรภพถึงดูแลตัวเองได้ดีขนาดนี้  ซึ่งผมจำได้ว่าไม่นานมานี้ ผมยังได้ยินเรื่องราวคุณไตรภพว่าดูเหมือนไม่ได้แข็งแรง ดูป่วยๆ ด้วยซ้ำ
ระหว่างทานข้าว ผมก็เลยแอบถามคุณไตรภพ คุณไตรภพเล่าว่าแต่ก่อนก็ไม่เคยออกกำลังอะไร ร่างกายก็ทรุดโทรม  แต่คุณไตรภพเป็นคนที่ชอบทำอะไรเอง ไม่ชอบพึ่งคนอื่นให้ทำให้  ชอบยกกระเป๋า ชงกาแฟเอง  ก็เลยคิดว่าถ้าแก่ตัวไปแล้ว เคลื่อนไหวไม่ได้ ไม่แข็งแรง ต้องมีคนทำอะไรให้  ตัวเองคงอึดอัดและอยู่ลำบาก
คุณไตรภพเป็นคนที่มุ่งมั่น  จะทำอะไรต้องทำให้ได้ คุณไตรภพก็เลยเริ่มออกกำลังหลังจากที่ไม่เคยออกเลย  วันแรกๆ วิ่งๆ เดินๆ ได้แค่ห้านาทีก็หอบแทบเป็นลม  แต่ก็ไม่ยอมแพ้  แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น จนตอนหลังสามารถออกกำลังกายได้วันละหลายชั่วโมง ร่างกายก็แข็งแรงขึ้นมาก  ถึงกับคุณหมอบอกว่ามีร่างกายเหมือนคนหนุ่มๆ คุณไตรภพบอกว่า ไม่มีเคล็ดลับอะไรนอกจากลุกขึ้นมาทำเอง  ทำด้วยตัวเอง  ทำซ้ำไปเรื่อยอย่างอดทนและมีวินัย  ด้วยความที่ไม่อยากต้องพึ่งใคร  ไม่อยากเป็นภาระกับใครเป็นตัวตั้ง
ผมถามด้วยความสงสัยด้วยหน้าตาที่ดูหนุ่มมากว่า  ตอนนี้คุณไตรภพอายุเท่าไหร่  คุณไตรภพบอกว่าห้าสิบแปดปี ผมถามต่อว่า แล้วตอนที่ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นมาออกกำลังแล้วทำได้จนน่าทึ่งนั้น คุณไตรภพอายุเท่าไหร่
คุณไตรภพบอกว่า  ห้าสิบปี……..
………………
ตอนที่ผมทำงานที่ดีแทค  ผมมีความสนิทสนมกับดีลเลอร์ภาคเหนือรายหนึ่ง และสังเกตเห็นเขาสูบบุหรี่จัดมาก  ตลอดที่รู้จักกันหลายปี ก็เห็นแต่เขาสูบบุหรี่มาตลอด  จนวันที่ผมจะออกจากดีแทค  มีงานเลี้ยงดีลเลอร์ใหญ่  ผมยืนคุยกับดีลเลอร์คนนี้  เขาบอกผมว่าเขาเลิกสูบบุหรี่ได้เด็ดขาดแล้วนะ
ผมเลยถามเขาว่าเลิกได้ยังไง เพราะเท่าที่รู้จักมา เขาไม่น่าจะเลิกได้เลย  ผมแหย่เขาว่าสาบานอะไรเหรอ  ถ้าสูบอีกขอให้ฟ้าผ่าเหรอ  เขาหัวเราะ  แล้วบอกว่าแค่นั้นเอาไม่อยู่หรอก  ถ้าสาบานแค่นั้นเขาก็คงสูบอยู่ดี  เขาบอกว่าเขาสาบานอะไรบางอย่างที่แรงจนเขาไม่กล้าสูบอีก  ที่เขาอยากเลิกก็เพราะลูก  เขาอยากแข็งแรงเพื่อดูแลลูก  แต่พยายามหลายครั้งก็ไม่สำเร็จ จนต้องสาบาน
เขาบอกว่าเขาสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ถ้าเขาสูบอีก ขอให้ลูกมีอันเป็นไป!
ผมอื้งและงงไปพักใหญ่ ก่อนที่เขาจะอธิบายว่า เพราะเขารักลูกมาก  รักกว่าตัวเองเยอะ  ยอมตายแทนลูกยังได้  เขาก็เลยใช้ไม้ตายวิธีนี้ เพราะรักลูก การสาบานแบบนี้ทำให้เขาไม่กล้าที่จะสูบอีก เพราะกลัวลูกเป็นอะไรไป  เป็นวิธีที่แปลกที่สุดวิธีหนึ่งที่ผมเคยถามมา  ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง
………
ผมเป็นคนที่ติดน้ำอัดลมมาก  ตอนหลังกลัวอ้วนก็เปลี่ยนมาเป็นแนวเป๊ปซี่แมกซ์  โค้กซีโร่  ต้องดื่มวันละกระป๋องสองกระป๋อง  ก็รู้ว่าดื่มมากๆ มันไม่ค่อยดี อยากจะลด จะเลิก พยายามแล้วแต่ก็ทำไม่ได้  โดยเฉพาะเวลาคอแห้ง หิวกระหาย จะต้องซักกระป๋อง เหมือนเป็นนิสัยที่ไม่น่าจะลดจะเลิกได้เลย
จนมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โมเน ลูกสาวอายุแปดขวบของผม มายืนจดๆ จ้องๆ หน้าตากังวล ตอนที่ผมกำลังดื่มน้ำอัดลม  เขาบอกว่าคุณครูเพิ่งสอนที่โรงเรียนว่าถ้าเอาฟันไปแช่ในน้ำอัดลมแล้วฟันยังละลายเลย น้ำอัดลมไม่ดีต่อร่างกายมากๆ  หน้าตาเป็นห่วงพ่อมาก
เขามาจ้องและบ่นอย่างนี้อีกสองสามครั้ง  ผมเลยรู้ว่าเขาเป็นห่วงจริงๆ  ก็เลยพูดเล่นๆ กับเขาว่า พ่อหยุดซักสามวันก็ได้  ถ้าโมเนอยากให้พ่อหยุด  หน้าตาเขาดีใจมาก
ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ก็ไม่ได้ดื่มวันถัดมา  ภรรยาผมแอบมาเล่าว่าโมเนภูมิใจมาก ไปเล่าให้ใครต่อใครฟังว่าเตือนพ่อแล้วพ่อเชื่อโมเนด้วย ผมฟังแล้วก็รู้สึกสะกิดใจ และเกรงใจลูกมาก  อีกหลายวันต่อมาผมเห็นน้ำอัดลมอยู่ตรงหน้าก็ไม่กล้าดื่ม ไม่กล้าสั่ง ลองโทรไปถามลูก โมเนก็ห้ามเด็ดขาด  บอกว่าให้ครบเจ็ดวันจะให้ดื่มได้หนึ่งกระป๋อง
ผมไปงานเลี้ยงมาสองงาน เดินไปไหนก็เห็นแต่น้ำอัดลมด้วยความอยาก แต่เพราะลูกสาว  ทำให้ผมหยุดยั้ง ห้ามใจได้  วันนี้ครบวันที่เจ็ด  ผมได้รับอนุญาตจากลูกสาวให้ดื่มได้แก้วนึง  ตอนนี้เขาตั้งกฎเพิ่มว่าสองอาทิตย์จะให้ได้หนึ่งครั้ง หน้าตาเขามีความสุขมากพอรู้ว่าพ่อทำตาม
ผมก็เชื่อว่าผมคงอดทนอีกสิบสี่วันได้
เพื่อหน้าตาที่มีความสุขของโมเน…
ธนา เธียรอัจฉริยะ

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

เพราะชีวิตนับหนึ่งได้เสมอ




▬▬ เพราะชีวิตนับหนึ่งได้เสมอ ▬▬
บางช่วงเวลาของชีวิต เคยรู้สึกบ้างไหมว่า "ตัวเองกำลังประสบกับความล้มเหลว"
ถ้าเคย ... ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะถ้ามีคำว่า "ความสำเร็จ" ก็ต้องมีคำว่า "ล้มเหลว"
เป็นของคู่กัน เพียงแต่ว่าคุณจะต้องรับกับสถานการณ์ความล้มเหลวแล้วลุกขึ้นสู้
อีกครั้งได้อย่างไร? ชีวิตนับหนึ่งได้ และเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ โดยยึดหลักง่าย ๆ
ไว้เตือนใจตัวเองว่า....
'๑' = ทำดีที่สุดแล้ว = '๑' --------------------

คนที่ไม่เคยล้มเหลวคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย คนที่ประสบความล้มเหลว
คือคนที่น่ายกย่องมากกว่า เพราะอย่างน้อยก็ได้ลงมือทำ อย่ากลัวกับ
ความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้น เพราะมันจะเป้นบทเรียนและประสบการณ์อันยิ่งใหญ่
ให้เราได้เรียนรู้ว่า หนทางแห่งความสำเร็จอยู่ตรงไหน ... อย่างไร?
ให้คิดเสียว่า ... "เราทำดีที่สุดแล้ว"
'๒' = อย่ายอมแพ้ = '๒' ------------------

ไม่มีใครจะแพ้ตลอด และไม่มีใครจะเป็นผู้ชนะตลอดกาล ฉะนั้น จงอย่ายอมแพ้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแพ้ใจตัวเอง ทุกครั้งที่คุณหกล้มหรือก้าวพลาด จงอย่า
ยอมแพ้ ให้ลุกขึ้นสู้และก้าวเดินต่อไปอย่างสง่างามอีกครั้ง แพ้อะไรก็แพ้ได้แต่
อย่าแพ้ใจตัวเองก็แล้วกัน เพราะถ้าเราแพ้ใจตัวเอง นั้นหมายถึงเราโดนน๊อคตั้งแต่
ยังไม่เริ่มชกแล้ว จงบอกกับตัวเองว่า หนทางแห่งชัยชนะยังรอคุณอยู่ข้างหน้า
ค่อย ๆ ตั้งสติ คิดอย่างมีสติ และรอบคอบ แล้วลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง
'๓' = นับหนึ่งถึงร้อย = '๓' --------------------

ทุกครั้งที่ท้อถอย หรือหมดกำลังใจ ก่อนจะเดินถอยหนี หยุดคิดสักนิด ลองนับ
หนึ่งถึงร้อยก่อน อย่าตัดปัญหาด้วยการทิ้งปัญหา และหันหลังเดินจากไป นั่นไม่ใช่
วิธีการแก้ปัญหาที่ดี เพราะปัญหามันยังคงหมักหมมอยู้ตรงนั้น จงบอกกับตัวเอง
ให้อดทน..อดทน...และอดทน รอวันเวลาและโอกาสที่จะมาถึง แล้วค่อย ๆ เดิน
หน้าสู้ต่อไป
'๔' = เหนื่อยนักก็พักก่อน = '๔' --------------------------

วันนี้อาจจะเหนื่อย และท้อแท้กับปัญหาที่เกิดขึ้น นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ดีอย่าง
หนึ่งที่คอยเตือนให้เรารู้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหยุดพักเสียบ้าง
หยุดพักเพื่อที่จะทบทวนกับปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หยุดพักเพื่อถอยออกมา
หนึ่งก้าว แล้วมองย้อนไปมองดูปัญหาในอีกมุมหนึ่ง บางที่อาจทำให้เรามองเห็น
ปัญหาในมุมที่กว้างขึ้น
การหยุดพักไม่ได้หมายถึงการทำให้เราต้องยอมแพ้ หรือถอยหลัง แต่การหยุด
พักจะทำให้เราได้ชาร์ทแบตเตอรี่ หรือเติมกำลังใจให้เข้มแข็งขึ้น และมีเรียวแรง
ที่จะสู้กับปัญหาต่อไป
'๕' = หยุดคิดเพื่อทบทวน = '๕' -------------------------

การหยุดคิดเพื่อทบทวนจะทำให้เราแก้ปัญหาได้ดีขึ้น เพราะบางทีการหมกมุ่นอยู่
กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนาน ๆ อาจทำให้เรามองไม่เห็นปัญหา หรือวนอยู่กับปัญหานั้นซ้ำ ๆ
ซาก ๆ และถึงทางตันจนหาทางออกไมเจอ
อย่าลืมว่าในมุมมืดที่สุดก็ต้องมีมุมสว่างเล็ดลอดอยู่บ้าง ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทบทวน
แล้วเราจะค้นพบทางสว่างและหาทางออกเจอในที่สุด
๐ บางทีทางออกใหม่จะดีกว่าทางเดิมที่เราเคยเดินมาเสียอีก ๐
'๖' = โอกาสต้องเป็นของคุณ = '๖' -----------------------------

วันนี้ ... เวลานี้ โอกาสอาจยังไม่เป็นของเรา แต่วันข้างหน้าโอกาสต้องเป็นของ
เราไม่ช้าก็เร็ว อย่างน้อยตอนนี้เราก็มีเวลาอย่าเพียงพอที่จะเก็บเกี่ยวความรู้
ประสบการณ์ ความเชื่อมั่น และพลังใจที่จะฝ่าฟันอุปสรรคให้ประสบความสำเร็จ
ได้ต่อไป
'๗' = ต้องชนะ = '๗' --------------

เมื่อเราเรียนรู้ที่จะแพ้ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะชนะด้วย ชัยชนะอาจไม่ได้มาง่าย ๆ
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะแพ้ตลอดไป "อย่ากลัวที่จะแพ้ และอย่าประมาท
กับชัยชนะที่จะมาถึง"
จงเรียนรู้จากบทเรียนของความพ่ายแพ้ และนำสิ่งนั้นมาเป็นหนทางสู้ต่อเพื่อให้ได้
มาซึ่งชัยชนะ เมื่อเราเคยแพ้ เรายิ่อมรู้ดีว่าวิธีที่จะนำมาซึ่งชัยชนะนั้นต้องทำ
อย่างไร? จงบอกกับตัวเองว่า เราจะต้องเป็นผู้ชนะให้ได้
'๘' = กล้าที่จะฝัน = '๘' -----------------

คนที่ไม่เคยมีความฝันคือคนที่ตายแล้ว ไม่ผิดที่ทุกคนจะฝัน เพราะมนุษย์ทุกคน
ย่อมมีความฝัน และฝันของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไป
จงกล้าที่จะฝัน และทำสิ่งที่ท้าทายความฝันนั้น แต่อย่าทะเยอทะยานจนเกินความ
เป็นจริง จงก้าวทีละขั้น ก้าวช้า ๆ ก้าวอย่ามั่นใจ เพื่อทำให้ทุกความฝันของเรา
เป็นจริง
'๙' = คิดและวางแผน = '๙' ---------------------

จะถูกบ้างผิดบ้างก็ไม่เป็นไร แต่จงคิดและวางแผนของเราเสียแต่วันนี้บางทีความ
คิดของเราอาจจะเข้าทางใครสักคน หรือเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ อย่าดูถูกความคิดของ
ตัวเอง อย่าคิดว่าความคิดของเราเป็นเรื่องประหลาด บางทีความคิดประหลาดอาจ
เป็นความคิดที่เข้าท่าก็ได้
อย่าลืมว่า ความคิดแปลก ๆ ใหม่ ๆ สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในโลกมามากแล้ว
ลองคิดดัง ๆ แล้วบอกความคิดของเราให้คนรอบข้างได้รู้บ้าง บางทีความคิดดี ๆ
ของเราอาจจะเป็นของขวัญชิ้นโบว์แดงสำหรับโลกก็ได้ ใครจะรู้
'๑๐' = ไปให้ถึงเป้าหมาย = '๑๐' -----------------------

มนุษย์ทุกคนต่างก็มุ่งไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จข้างหน้าด้วยกันทั้งนั้น จะไป
ได้ช้าหรือเร็วนั้น อยู่ที่วิธีการและแนวทางของแต่ละคน
กว่าจะถึงภูเขาที่สูงชันย่อมต้องเจอกับขวากหนามที่แหลมคม สติและสมาธีที่
มุ่งมั่นเท่านั้นที่จะทำให้เราเดินผ่านขวากหนามได้
ผู้ฉลาดเท่านั้นย่อมเรียนรู้ที่จะใช้ข้อผิดพลาดนั้นให้เป็นประโยชน์ และผู้ที่อดทน
เท่านั้นที่จะก้าวไปสู่ยอดเขาอันสูงชันได้
ยอดเขาสูงชัน ... ยิ่งสูงยิ่งหนาว แต่เราจะไม่เหน็บหนาวเพียงลำพัง ถ้าเราไม่
ลืมว่าบรรยากาศบนพื้นดินที่เคยเดินผ่านมานั้นเป็นอย่างไร
๐ ให้โอกาสและกำลังใจกับตัวเอง และจงบอกกับตัวเองเสมอว่า ๐

.......... ชีวิตนับหนึ่งได้เสมอ ..........


ที่มา : teenee.com